อสส.ชี้ขาดสั่งฟ้อง’บรรยิน-พวก’ปลอมหุ้นเสี่ยชูวงษ์200ล.

January 8, 2018 | news | By admin | 0 Comments

อสส. ชี้ขาดสั่งฟ้อง “พ.ต.ท.บรรยิน กับพวก” ร่วมกันปลอมหุ้น “เสี่ยชูวงษ์” 200 ล้านบาท ขณะที่ศาลจังหวัดพระโขนงรับฟ้องคดีที่ ภรรยาเสี่ยชูวงษ์ ฟ้องบรรยิน ฐานฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน นัดสอบคำให้การ 12 ก.พ.นี้ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. เเหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาสั่งคดี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และ ส.ส.นครสวรรรค์ พรรคไทยรักไทย กับพวกผู้ต้องหา

คดีร่วมกันปลอมเเปลงเอกสาร เกี่ยวกับการโอนหุ้นประมาณ 200 ล้านบาท ของนายชูวงศ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ได้เคยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน กับพวกไปก่อนหน้านี้ เเต่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีความเห็นเเย้งยืนยันเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดต่ออัยการสูงสุดเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา เพื่อให้มีคำสั่งชี้ขาดสุดท้ายว่า ควรสั่งฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน กับพวกหรือไม่  โดยขณะนี้มีรายงานว่า นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด(อสส.) ได้มีความเห็นชี้ขาด ให้สั่งฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน กับพวกผู้ต้องหา ข้อหาปลอมเเปลงเอกสารที่ใช้ในการโอนหุ้นนายชูวงษ์แล้ว  หลังจากนี้อัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 ก็จะนำความเห็นของ อสส.ที่ได้สั่งฟ้องผู้ต้องหา คดีโอนหุ้นไปพิจารณาประกอบในสำนวนคดีฆ่านายชูวงษ์ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน หลังจากที่เคยมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนไปสอบสวนพยานเพิ่มเติม คาดว่าอีกไม่นานจะสามารถพิจารณาสั่งคดีฆ่านายชูวงษ์ ได้ในเร็วๆ นี้ ส่วนรายละเอียดต่างๆ ทางอัยการจะเเถลงความคืบหน้าทั้งคดีโอนหุ้น และคดีฆ่านายชูวงษ์ โดยไตร่ตรองไว้ก่อนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.  2560 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดพระโขนงได้ประทับรับฟ้องคดีที่ นางศิริรัตน์ แซ่ตั้ง ภรรยา นายชูวงษ์ เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่านายชูวงษ์ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากกรณีที่ พ.ต.ท.บรรยิน อ้างว่า ขณะที่นายชูวงษ์ซึ่งนั่งรถยนต์มากับ พ.ต.ท.บรรยิน ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชนต้นไม้ จนทำให้นายชูวงษ์ เสียชีวิต แต่ภรรยาและญาติเห็นว่า นายชูวงษ์เสียชีวิตจากการถูก พ.ต.ท.บรรยิน ฆาตกรรม มิใช่เป็นอุบัติเหตุ โดยศาลนัดพร้อมคู่ความเพื่อสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 12 ก.พ.นี้ เวลา 09.00 น.  ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews